สำรวจความคาดหวังในการประกอบอาชีพ นรท.โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน

แบบสอบถามเพื่อการสำรวจความคาดหวังการประกอบอาชีพเมื่อสำเร็จการศึกษาของนักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน

คลิกเพื่อร่วมตอบแบบสอบถาม






วัตถุประสงค์
1.เพื่อสำรวจความคาดหวังการประกอบอาชีพในอนาคตเมื่อสำเร็จการศึกษาของ นักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน
2.เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางและช่องทางเพื่อสนับสนุนการ ประกอบอาชีพในอนาคตโดยเฉพาะการเข้ารับราชการตามหน่วยงานราชการต่างๆ แบบสอบถามเพื่อการสำรวจความคาดหวังการประกอบอาชีพในอนาคตเมื่อสำเร็จการ ศึกษาของนักเรียนทุน โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน นี้ แบ่งเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความคาดหวังประกอบอาชีพเมื่อสำเร็จการศึกษาของนักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ1 ทุน ตอนที่ 3 ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

ที่มา : https://spreadsheets.google.com/odos_survey

ชมรมนักเรียนทุนรัฐบาลโอดอส

ชมรมนักเรียนทุนโอดอส เริ่มขึ้นจากการรวมตัวของนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 1 และ 2 ที่สำเร็จการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นการรวมกลุ่มกันระหว่างนักเรียน ODOS ทั้งหมด ทั้งในเรื่องการประสานงาน การสร้างเครือข่ายระหว่างกันและการทำกิจกรรมร่วมกัน จึงได้เกิดการก่อตั้งชมรมขึ้นมา ดังรายละเอียด....

ชมรม นักเรียนทุน ODOS ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมปรินส์พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยการรวมตัวของนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 จำนวน 110 คน ที่สำเร็จการศึกษาแล้วทั้งในประเทศและต่าง ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1. เพื่อเป็นศูนย์กลาง ประสานงานเครือข่ายในการให้ความช่วยเหลือระหว่างนักเรียนทุน ODOS
2. เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจโครงการทุนการศึกษา 1 อำเภอ 1 ทุน
3. แนะแนวทางการศึกษาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
4. สนับสนุนช่วยเหลือการทำงานชุมชนเพื่อการพัฒนา ท้องถิ่นของตน และภาครัฐ
5. จัดทำกิจกรรมและโครงการ เพื่อการพัฒนาสังคมในรูปแบบต่าง ๆ

เป้าหมายของสมาชิก

- นักเรียนทุน ODOS ที่ สำเร็จการศึกษาจำนวน 327 คน
- นักเรียนทุน ODOS ที่อยู่ ระหว่างการศึกษาจำนวน 1,489 คน
รวมทั้งสิ้น 1,836 คน


สื่อถึง บัณฑิตที่มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินชีวิตเพื่อไปสู่เป้าหมายของเราในการที่ จะเป็นกลไกขับเคลื่อนชุมชนและสังคมไปสู่ความเจริญก้าวหน้าบนหนทางแห่งการ พัฒนาอย่างยั่งยืน

คำขวัญของชมรม

“ โอดอสสร้างสรรค์ ร่วมพลังพัฒนาสังคม “

คุณสมบัติของสมาชิกชมรม

1. นักเรียนทุน ODOS ที่ศึกษา ในประเทศและต่างประเทศ
2. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
3. เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย มีจิตอาสาในการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์
4. เป็นผู้เสียสละและอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสังคม

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกชมรมฯ

1. มีสิทธิ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของชมรมฯต่อคณะกรรมการ
2. มีสิทธิ ได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่ชมรมจัดให้มีขึ้น
3. มีสิทธิ เลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการชมรม
4. มีสิทธิ ออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมหรือโอกาสต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
5. ปฏิบัติ ตามระเบียบข้อบังคับของชมรม
6. มีหน้าที่ ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของชมรม
7. มีหน้าที่ ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินงานของสมาชิก ต่าง ๆ ของชมรม
8. มีหน้าที่ ร่วมกิจกรรมที่ชมรมจัดให้มีขึ้นร่วมดำเนินกิจกรรม/โครงการที่ชมรมจัดขึ้นใน ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
9. มีหน้าที่ ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ผลงานของชมรม

การร่วม บริจาคช่วยเหลือนักเรียน ODOS รุ่นที่ 2 น้องเกษมพันธุ์ จิตเย็น ที่ กำลังศึกษาในประเทศ สวีเดน ที่ประสบอุบัติเหตุอัคคีภัย ซึ่ง ต้องชดใช้ค่าเสียหาย โดยทางชมรมรวมรับบริจาคสมาชิกในชมรม โดยเป็นยอดเงิน 21,000 บาท ชมรมมอบเงินดังกล่าวผ่านทาง สำนักงานสัมพันธ์ต่างประเทศ เพื่อมอบให้น้องเกษมพันธุ์ต่อไป

ที่มา : http://www.odos.moe.go.th

การคัดเลือกเพื่อบรรจุผู้ที่ได้รับทุนโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นที่ สำเร็จการศึกษาแล้วเข้ารับราชการ

สำนักงาน ก.พ. ได้พิจารณาอนุมัติให้ผู้ที่ได้รับทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนเข้ารับราชการ ซึ่งส่วนราชการอาจคัดเลือกบุคคลดังกล่าว เข้ารับราชการ โดยพิจารณาจากประวัติการศึกษา ประวัติส่วนตัว โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน แต่ต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงานก.พ.



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.odos.moe.go.th

สัมมนานักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน - 5 มี.ค. 53

นาง ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล รอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเปิดการสัมมนานักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ที่สำเร็จการศึกษารุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ ณ โรงแรมปริ๊นส์พาเลซ ว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน ก.พ. กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทยได้จัดทำโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน โดยจัดสรรทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2547 โดยคัดเด็กที่เรียนดีและมีความประพฤติดี ในอำเภอ/กิ่งอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งมีนักเรียนทุนกว่า 2,000 คน ขณะนี้จบการศึกษาแล้ว 347 คน จบจากต่างประเทศ 26 คน และที่เหลือก็จบในประเทศ ซึ่งการเรียนในประเทศจะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าต่างประเทศ เพราะเด็กที่เรียนในต่างประเทศจำเป็นที่จะต้องไปเรียนในเรื่องของภาษา เป็นการปรับตัว 2 ปี หลังจากนั้นก็เรียนต่ออีก 4-5 ปี รวมประมาณ 7 ปี ถือเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง เพราะเด็กที่ได้รับทุนเป็นเด็กที่มีประสิทธิภาพ ประสบความสำเร็จในด้านการเรียน ซึ่งเด็กที่จบมาส่วนใหญ่มีงานทำ มีเพียงบางส่วนที่ยังไม่ได้งานเพราะเพิ่งเรียนจบ หรืองานที่ได้ไม่ตรงกับความต้องการ

รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน ก.พ. และทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ จะดำเนินการช่วยเหลือเด็กที่จบมาโดยแจ้งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะมีบางหน่วยงานที่ต้องการรับนักเรียนทุนเข้าไปทำงานแต่ไม่ทราบว่าจะมี วิธีการอย่างไร จึงได้สร้าง เว็บไซต์ของนักเรียนทุน ODOS ขึ้น และให้นักเรียนมาลงทะเบียนไว้ หากหน่วยงานหรือองค์กรใดต้องการนักเรียนทุนเข้าทำงานสามารถเข้ามาดูข้อมูล และมีความต้องการในสาขาอะไรก็สามารถติดต่อได้โดยตรง และในส่วนของนักเรียนที่มีความประสงค์จะทำงานในส่วนราชการ ทางกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศจะรับหน้าที่ในการประสานงานดังกล่าวให้ โดยมีเว็บไซต์เป็นสื่อกลาง

“อีกส่วนที่ได้ทราบ ข้อมูลจากนักเรียนทุนบางท่านมีความตั้งใจที่จะกลับไปทำงานในท้องถิ่นของตน แต่มีข้อจำกัดในเรื่องตลาดแรงงาน จึงทำให้ต้องทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร แต่นักเรียนเหล่านี้พร้อมที่จะกลับไปทำประโยชน์ให้กับชุมชนของเขา นอกจากนี้ทางกระทรวงศึกษามีความต้องการที่จะให้นักเรียนทุนได้มีส่วนช่วย เหลือในชุมชนโดยการกลับไปให้คำแนะนำน้อง ๆ ให้ความรู้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในโรงเรียนที่เคยศึกษา ถือ เป็นจิตสำนึกที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่เด็กนักเรียนรุ่นต่อไปที่ ต้องการจะดำเนินชีวิต” รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

นายวรวิทย์ ช่วยเอื้อ หนึ่งในนักเรียนทุนที่จบการศึกษา ได้รับทุนจากอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช รุ่น ที่ 1เรียนในประเทศไทย เรียนจบสาขาการจัดการศัตรูพืชเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันทำงานที่บริษัทซีพีโภคภัณฑ์ กล่าว ว่า เป็นโครงการที่ดีมาก ๆ เพราะเปิดโอกาสให้กับนักเรียนระดับรากหญ้าได้มีโอกาสศึกษาต่อ และสามารถนำความรู้ที่เรียนมาปรับใช้กับการทำงานได้ดี สิ่งที่อยากทำต่อไปคือ อยากนำความรู้ที่ได้รับมาไปพัฒนาท้องถิ่น อยากทำงานด้านเกษตร ที่อำเภอ หรือจังหวัด เพราะการเกษตรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนา ซึ่งปัจจุบันการเกษตรของประเทศไทยต้องพึ่งธรรมชาติ จึง อยากนำความรู้ที่ได้รับมาในด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาส่งเสริมในด้านการเกษตรต่อไป

นางสาวลลิตา ตารียะ นักเรียนที่ได้ทุนเรียนต่อที่ประเทศ ฝรั่งเศส คณะเศรษฐศาสตร์ ที่ Université François Rabelais ขณะนี้ทำงานในบริษัทฝรั่งเศส เกี่ยวกับการผลิตยา ตำแหน่งการเงิน การที่ได้รับทุนนี้เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่เพราะให้โอกาสเด็กด้อยโอกาสในต่าง จังหวัดที่ฐานะทางบ้านยากจน มีความตั้งใจและอยากจะกลับมาพัฒนาประเทศ และนำความรู้ที่ได้เรียนมากลับไปพัฒนาถิ่นเกิดคือที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ให้มีความเจริญมากขึ้น

ที่มา : http://www.moe.go.th

เว็บไซต์ทุนโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน - official

กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำเว็บไซต์ขึ้นใหม่ เว็บไซต์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน "โอกาสทองของเด็กไทย" ทุนตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการจัดสรรทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีแก่เด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีและยากจนทั่วประเทศ

เว็บไซต์ : http://www.odos.moe.go.th

วันนี้ในที่สุดเราก็ได้เห็นเว็บไซต์ของทุนโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนอย่างเป็นทางการกันจริงๆสักที คล้ายๆกับว่าเราอาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทุนโครงการนี้ไปในทางที่ดีมากขึ้น สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวแล้วดีใจมากที่ได้เห็นกระทรวงศึกษาธิการกลับมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับทุนโครงการนี้และพร้อมที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งอาจมีการส่งเสริมผลักดันในด้านต่างที่เกี่ยวข้องกับโครงการกันอย่างจริงจังมากขึ้น การมีเว็บไซต์ทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนที่เป็นทางการก็จะช่วยให้เกิดประโยชน์ในหลายๆด้านทั้งตัวโครงการเองและทั้งนักเรียนผู้ที่ได้รับทุนเอง รวมถึงคนอื่นๆที่สนใจเกี่ยวกับทุนโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนนี้

สำหรับบริการภายในเว็บไซต์นี้ ถ้าคลิกเข้าไปชมกันแล้วก็จะเห็นในส่วนของข่าวสารเป็นหลักซึ่งมีทั้งข่าวประชาสัมพันธ์จากสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข่าวประชาสัมพันธ์จากสำนักก.พ. ข่าวประชาสัมพันธ์จากคณะกรรมการการอุดมศึกษา และในส่วนของกระดานถาม-ตอบสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสอบถามข้อมูลให้ความช่วยเหลืออะไรต่างๆ อีกทั้งยังมีเอกสารสำหรับดาวน์โหลดและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับทุนโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน และที่ขาดไม่ได้ก็คือในส่วนของการลงทะเบียนของสถานประกอบการและของนักเรียนผู้ที่ได้รับทุน และในส่วนอื่นๆอีก

คลิกเพื่อใช้งานศึกษาหาข้อมูลอ่านข่าวสารที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนกันได้ที่

via : http://www.odos.moe.go.th

ODOS is on Facebook

หลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อ Facebook ว่าเป็น Social Network ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งในโลก หลายคนๆคนก็คงได้ลองใช้และมีโปรไฟล์อยู่บน Facebook เช่นกัน

ในวันนี้จะขอแนะนำกันอีกครั้งเกี่ยวกับกลุ่มนักเรียนทุนโอดอสที่อยู่บนเฟสบุ๊กที่มีสมาชิคค่อนข้างเพิ่มขึ้น จากเมื่อก่อนที่เคยเข้าใจว่าน้องโอดอสที่สร้างกลุ่มนี้ขึ้นมาคงจะสร้างมาแค่เพื่อติดต่อกับเพื่อนๆที่น้องเค้าเคยรู้จักหรืออื่นๆ แต่สำหรับวันนี้คงจะใช้กลุ่มที่สร้างขึ้นมานี้เป็นกลุ่มของนักเรียนโอดอสอย่างเป็นทางการ (ได้หรือปล่าว)

ในขณะที่กระแสการใช้งานเฟสบุ๊กมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การสร้างกลุ่มบนเฟสบุ๊กขึ้นมาก็ถือเป็นช่องทางที่เป็นประโยชน์ในหลายๆด้าน อย่างน้อยๆก็ช่วยให้ได้มีการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อมูลอะไรต่างๆระหว่างสมาชิคภายในกลุ่ม เราคงไม่สร้างกลุ่มขึ้นมาเฉยๆใช่ไม่ครับ เช่นเดียวกับที่เราเข้าเป็นสมาชิคของกลุ่ม สำหรับในที่นี้จะขอแสดงความคิดเห็นและให้แนวคิดเกี่ยวกับการใช้งานบางอย่างรวมถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับเทคโนโลยีเว็บไซต์ที่เราอาจไม่ทราบมาก่อน

การที่เราสร้างกลุ่มขึ้นมาโดยในกรณีนี้เป็นกลุ่มของนักเรียนทุนฯ สิ่งแรกๆต้องคำนึงถึงก็คือมารยาทในการใช้งาน เราคงจะปฏิเสทไม่ได้ว่าสิ่งที่เราพิมพ์ข้อความ ความเห็นอะไรต่างๆทิ้งไว้จะถูกบันทีกไว้หมดและทุกคนอื่นๆก็สามารถมองเห็นและอ่านได้่กัน(เนื่องจากเป็นกลุ่มเปิด) รวมไปถึงการเก็บข้อมูลไว้เพื่อสำหรับการค้นหา สำหรับความรู้และประสบการณ์ที่จะเสริมลงไปในที่นี้ก็คือให้คิดถึงอนาคตวันข้างในสายอาชีพการงานของน้องๆนักเรียนทุนฯเอง หลายๆบริษัทเค้าจะทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครและดูรายละเอียดอะไรต่างๆเกี่ยวกับรูปภาพ ความสนใจ อีกหลายๆอย่างที่จะเป็นส่วนช่วยในการพิจารณาการสมัคร​ ในกรณีนี้เป็นจริงและสำคัญมากในต่างประเทศ

และเนื่องจากเป็นกลุ่มแบบเปิดที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิค เราก็คงปฏิเสทไม่ได้อีกเช่นกันว่าสมาชิคทั้งหมดที่อยู่ในกลุ่มเป็นนักเรียนทุนฯทั้งหมดเพราะเราไม่มีระบบแยกแยะและก็ไม่รู้แน่ชัดว่าใครคือใคร สิ่งที่สมาชิคพิมพ์ทิ้งไว้ควรที่จะถูกกรองจากผู้ที่ดูแล อย่างน้อยๆก็ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโครงการฯ (ทั้งหมดนี้การใช้งานกลุ่มเฟสบุ๊กจึงต่างจากกลุ่มที่เค้าสร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มจำนวนแฟนคลับของเขาหรือธุระกิจ กิจการต่างๆ)

ในเวลาเดียวกันในเมื่อเรามีกลุ่มนักเรียนทุนโอดอสขึ้นมาแล้วเราก็ควรใช้กลุ่มนี้ให้เกิดประโยชน์ ตัวอย่าง เราสามารถใช้กลุ่มเพื่อคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดอะไรต่างๆ กิจกรรมที่เราทำร่วมกันได้ แนวคิด แนวโน้มของโครงการทุนนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เราจะมีส่วนช่วยในการให้ข้อมูล ผลักดันให้เกิดโครงการในลักษณะแบบนี้ต่อไปหรือไม่ ทั้งหมดนี้เราสามารถสร้าง community กันขึ้นมาได้ เพราะวันนึงน้องๆก็คงจะโตและจบกัน เข้าสู่สายอาชีพการงานกันแล้ว สิ่งดีๆและประสบการ์ที่เราได้จากทุนโครงการนี้ตลอดระยะเวลาที่เราได้ใช้ทุนในการเรียนรู้ไปนั้น เราสามารถตอบแทนคืนสังคมได้ ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ สำหรับใครที่อยู่ในกลุ่มแล้้วก็ลองๆสนทนาร่วมกันดูนะครับ ดีกว่าเข้าร่วมกลุ่มกันเฉยๆ

Join ODOS's Group on Facebook : http://www.facebook.com

สถิตินักเรียน ทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน - 30 ธันวาคม 2552

สรุปจำนวนนักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ที่กำลังศึกษา ณ ต่างประเทศ จำแนกตามประเทศ

สรุปจำนวนนักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ซึ่งสำเร็จการศึกษาแล้ว


ที่มา : http://www.ocsc.go.th

หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อ้างอิงจาก : ( http://webdektoon.blogspot....

สวัสดีครับทุกคน, ในฐานะผู้จัดทำและดูแลบล็อกแห่งนี้ ผมขออาสาเชิญชวนเพื่อนๆทุกคน ผู้ที่สนใจหรือผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทุนรัฐบาลโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนนี้เป็นอย่างดีหรือพอประมาณ เข้าร่วมเขียนบทความ แก้ไขเนื้อหา เพิ่มเติม ข้อมูล ข้อเท็จจริง รวมถึงรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนฯ บนเว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

จุดประสงค์คร่าวๆของโครงการนี้ก็คือ การอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้องมากที่สุดเกี่ยวกับทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนเพื่อ ให้ผู้ที่สนใจ ผู้ที่ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับทุนนี้ได้รับข้อมูลอ้างอิงที่ถูกต้องอย่างตรง ไปตรงมา อีกทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดๆหรือเข้าใจไม่ดีพอเกี่ยวกับทุน โครงการนี้ และยังมีอีกหลายๆจุดประสงค์ที่ไม่สามารถนำมากล่าวให้ทราบกันหมด

สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้ทำโครงการนี้ขี้นมาก็คือ การที่ทุนโครงการนี้มาอายุมาหลายปีแต่ยังไม่มีใครหรือเนื้อหาใดๆเลยที่ สามารถอ้างอิงข้อมูลเป็นหลักเป็นแหล่งได้ ที่ถูกต้องเป็นที่ยอมรับได้ อีกทั้งยังมีความสะดวกรวดเร็วในการค้นหาด้วยเช่นกัน ฉนั้นแล้วการที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมการเขียนบนความ เนื้อหา ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ขึ้นมานั้นก็จะจัดว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับได้เป็นอย่างดีระดับหนึ่ง

สุดท้ายผมต้องกล่าว ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับการช่วยเหลือของทุกคน การมีส่วนร่วมในโครงการนี้ และการได้รับข้อมูลต่างอันเป็นประโยชน์อย่างมากเกี่ยวกับทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ผู้รับทุน และผู้ที่สนใจอีกมากมาย

หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน : http://th.wikipedia.org/wiki/หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน
วิกิพีเดีย คืออะไร? : http://th.wikipedia.org/wiki/วิกิพีเดีย

การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ นทร ODOS2

การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ นทร โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน ( รุ่นที่ 2 )

เรื่อง การวางแผนการศึกษาในอนาคต







วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2552 เวลา 10.00-16.30 น. สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส นำโดย อทศ ณ กรุงปารีส ได้จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ นทร โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน ( รุ่นที่ 2 ) เรื่อง การวางแผนการศึกษาในอนาคต ณ ห้องประชุมสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส โดยมี นทร เข้าร่วมการประชุม 16 ราย

กิจกรรมภาคเช้า ประกอบกิจกรรมทำความรู้จักเพื่อน / ไขข้อข้องใจ / พักทานอาหารกลางวัน

กิจกรรมภาคบ่าย ไขข้อข้องใจ (ต่อ) และจบด้วยกิจกรรมการวางแผนอนาคตการศึกษา

ปิดประชุมเวลา 16.30 น นทร เดินทางกลับเมืองที่ศึกษาโดยสวัสดิภาพ


ที่มา : สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส

สถิตินักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน - 2 พฤศจิกายน 2552

สรุปจำนวนนักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ที่กำลังศึกษา ณ ต่างประเทศ จำแนกตามประเทศ



สรุปจำนวนนักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ซึ่งสำเร็จการศึกษาแล้ว



ที่มา : http://www.ocsc.go.th

รมว.ศธ. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน ครั้งที่ ๔/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ.เปิดเผยว่า มีผู้รับทุน ๑ อำเภอ ๑ ทุน จำนวนหนึ่งไม่กลับประเทศไทย บางส่วนก็ลาออกกลางคัน รวมทั้งมีการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้เดิม เช่น เงื่อนไขที่ต้องเรียนจบภายใน ๗ ปี เมื่อเรียนจบแล้วต้องกลับมาทำงานในประเทศไทย ฯลฯ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาในประเด็นที่จะนำไปสู่การขอแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีต่อ ไปในอนาคต เพราะทั้งหมดนี้เป็นเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามมติคณะรัฐมนตรีเดิมและได้ข้อสรุป บางส่วน คือ รุ่นที่ ๑ กำหนดให้ใช้เงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือเงินหวย แต่เนื่องจากต่อมามีประเด็นปัญหาการใช้เงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้มีกำหนดให้ใช้เงินจากงบประมาณปกติแทน

โดยที่ประชุมได้มีความคิดเห็นว่าควรกำหนดให้ชัดเจนลงไปว่าจะใช้งบประมาณ สนับสนุนไม่เกินปีงบประมาณ ๒๕๕๖ สำหรับโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน ซึ่งจะช่วยให้เด็กรุ่น ๑ และ รุ่น ๒ เรียนจบตามเงื่อนไขได้ สำหรับงบประมาณปกติที่จะใช้นั้น ถ้านับรวมตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จนถึงปี ๒๕๕๖ จะต้องใช้เงินเป็นจำนวน ๗,๕๕๒ ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปซึ่งได้มอบให้คณะทำงานได้ไปหา คำตอบ โดยมอบให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานคณะทำงาน และมีผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ก.พ. กระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นที่เป็นปัญหา

๑. กลุ่มที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเดิม ที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มแรกของโครงการ ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ ๓ ส่วน
- ผู้ที่เรียนจบแล้วไม่กลับประเทศไทย ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ก็ให้ไปดูว่าจะสามารถบังคับใช้กฎระเบียบ หรือกฎหมายใดได้บ้างที่มาเทียบเคียงเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเดิมที่กำหนด ไว้ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ มีความเห็นว่าสามารถใช้มาตรการในเรื่องของการไม่ออกพาสปอร์ตเล่มใหม่ให้ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข เป็นต้น แต่ทั้งนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุป
- กลุ่มที่ลาออกกลางคัน จะมีกฎหมายใดหรือระเบียบใดบ้างที่จะดำเนินการได้กับกลุ่มที่ออกกลางคัน โดยมีเป้าหมายที่จะหลีกเลี่ยงการบังคับให้กลับมาในประเทศไทย เช่น เรียน ๔ ปี เมื่อเรียนได้ ๓ ปีครึ่งก็ขอออกกลางคันก็ถือว่าพ้นสภาพไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบต่อการกลับ ประเทศไทย ในลักษณะนี้เราจะมีมาตรการใดที่จะดำเนินการได้เพื่อให้กลับมาทำงานประเทศไทย ตามวัตถุประสงค์เดิมของกองทุน
- กลุ่มที่ ก.พ. ระงับการให้ทุนเรียนต่อในต่างประเทศ แล้วให้กลับมาเรียนต่อในประเทศไทย กลุ่มนี้เรียนไม่จบตามปริมาณหน่วยกิตที่ ก.พ. กำหนด เช่น ปี ๑ กำหนดว่าเรียนผ่านไม่ต่ำกว่า ๕o % ของหน่วยกิตที่กำหนดไว้ ปี ๒ ไม่ถึง ๗o% ดังนั้น ก.พ. ก็จะดำเนินการให้กลับมาเรียนต่อในประเทศไทยแทน แต่ไม่ได้ระงับทุน

๒. กลุ่มที่เป็นไปตามเงื่อนไขใหม่ที่จะขอแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี กลุ่มนี้จะมาเข้าเงื่อนไขก็ต่อเมื่อทำผิดสัญญา เช่น เรียนไม่จบภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือว่าทำผิดเงื่อนไขอื่นๆ ต่อไปนี้จะใช้วิธีให้ทำสัญญาใหม่ กลุ่มที่เป็นความผิดของผู้รับทุนจะต้องมาทำเข้าเงื่อนไขใหม่ ซึ่งจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ดังนี้
- ถ้าจบแล้วไม่กลับประเทศไทยจะทำอย่างไร
- ลาออกกลางคัน
- แม้กลับประเทศไทยแล้ว จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่เพิ่มขึ้นจากการที่ไม่ปฏิบัติ ตามเงื่อนไขอย่างไร เช่น เรียนใช้เวลานานเกินกว่าเหตุ ต้องมีภาระผูกพันที่กลับมาประเทศไทยแล้ว จะต้องทำงานในประเทศไทยอย่างน้อยกี่ปี เพื่อให้คุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดินที่สูญเสียไป

๓. เรียนจบแล้วตามเงื่อนไขแต่ขอไปเรียนต่อในต่างประเทศอีกระยะหนึ่ง เช่น เรียนจบปริญญาตรีแล้วขอเรียนต่อด้วยทุนตัวเองในระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก กลุ่มนี้จะมีการปรับปรุงกำหนดเงื่อนไขอย่างไร

รมว.ศธ. กล่าวสรุปว่า คณะทำงานจะไปหาข้อสรุปในประเด็นดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะได้มีการพิจารณาเพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป.

ที่มา : http://www.moe-news.net

ศธ.ตั้งทีม.ดูแลเด็กทุนโอดอสเบี้ยวเงื่อนไขรับทุน

“จุรินทร์” มอบ ปลัด .ศธ. ตั้งทีมศธ.ดูแลเด็กทุนโอดอสเบี้ยวไม่ยอมทำตามเงื่อนไขรับทุน เตรียมขอครม.เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขรับทุนใหม่ให้รัดกุมขึ้น พร้อมของบประมาณอักฉีดโครงการนี้ถึงปี 56 เท่านั้น งดให้ทุนนักเรียนที่ไม่จบในเวลาที่กำหนด

(2พ.ย.)นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการ 1 อำเภอ 1 ทุน ว่า ที่ประชุมหารือถึงการดำเนินการกับนักเรียนทุนที่จงใจไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข การรับทุนซึ่งกำหนดให้นักเรียนทุนไม่ต้องทำงานใช้ทุนแต่ต้องกลับประเทศไทย หลังเรียนจบและต้องเรียนจบภายในระยะเวลา 7 ปี อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีนักเรียนทุนทั้ง 2 รุ่นจำนวนหนึ่ง ไม่ยอมกลับประเทศไทยหลังเรียนจบ หรือบางส่วนก็ลาออกจากทุนก่อนเรียนจบเพียงเล็กน้อยเพื่อหวังหลีกเลี่ยง เงื่อนไขให้กลับประเทศไทยหลังเรียนจบ ขณะที่นักเรียนทุนอีกหลายรายต้องขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับทุนโดยขอกลับมา เรียนในประเทศไทยแทน เพราะเรียนที่ต่างประเทศไม่ไหว ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้น

ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาหนึ่งชุด มอบปลัด.ศธ.เป็นประธาน และมีผู้แทนจาก สำนักงบประมาณ ก.พ. ก.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นกรรมการ เพื่อหาทางดำเนินการกับนักเรียนทุน 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นนักเรียนทุนที่เรียนจบแล้ว แต่ไม่ยอมกลับประเทศไทย หรือ จงใจลาออกจากการรับทุนก่อนจบ เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับประเทศไทย ก็จะให้คณะทำงานไปดูว่ามีกฎหมายหรือระเบียบใดที่สามารถนำมาบังคับให้ นักเรียนทุนเหล่านี้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของทุน ในส่วนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ก.ต.เสนอว่า อาจใช้มาตรการไม่ออกพาสปอร์ตเล่มใหม่ให้กับเด็ก ซึ่งจะมีผลให้นักเรียนทุนไม่สามารถอยู่ต่างประเทศได้

ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นนักเรียนทุนที่ขอเปลี่ยนแปลงสัญญารับทุน เช่น นักเรียนทุนที่เรียนในต่างประเทศไม่ไหว ก็จะต้องทำเรื่องขออนุมัติบอร์ดกองทุนกลับมาเรียนในประเทศไทยแทน เพราะฉะนั้นจะให้คณะทำงานใช้โอกาสที่เด็กเปลี่ยนแปลงสัญญาบังคับให้เด็กต้อง ทำสัญญารับทุนใหม่ ที่กำหนดให้ผู้รับทุน รับผิดชอบต่องบประมาณที่เสียไปมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้คณะทำงานจะต้องไปยกร่างเงื่อนไขของทุนขึ้นมาใหม่ และเสนอ ครม. เพื่อขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกองทุน เนื่องจากเงื่อนไขการรับทุนถูกกำหนดออกมาเป็นมติ ครม.

อย่างไรก็ตาม ในเงื่อนไขใหม่ จะมีการกำหนดชัดเจนว่า เด็กที่ออกกลางคันหรือเรียนไม่จบจะต้องรับผิดชอบอย่างไร รวมทั้งกำหนดด้วยว่า เด็กที่ขอเปลี่ยนสายการเรียนหรือขอกลับมาเรียนในประเทศ เพราะเรียนไม่ไหว ซึ่งจะต้องทำให้เสียเวลาเริ่มต้นเรียนใหม่มากขึ้น จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างไร รวมทั้ง จะมีการจัดการทางกฎหมายอย่างไรกับเด็กที่ไม่สามารถเรียนจบภายใน 7 ปีได ส่วนกลุ่มที่สามคือกลุ่มที่เรียนจบ แต่ต้องการเรียนต่อระดับป.โท ด้วยทุนตัวเอง จะให้คณะทำงานไปดูว่ากำหนดเงื่อนไขต่อเด็กกลุ่มนี้อย่างไร ที่สำคัญจะมีการเสนอ ครม. ขอใช้งบประมาณสนับสนุนโครงการนี้ถึงปี 56 สรุปแล้วโครงการนี้ใช้งบประมาณสนับสนุนตั้งแต่ปี 51-56 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 7,775 ล้านบาท

อนึ่ง โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่น 1 เริ่มตั้งแต่ปี 2549 มีจำนวน 921 คน รุ่น 2 จำนวน 915 คน รวม 1,836 คน จำนวนนี้เลือกเรียนต่างประเทศจำนวน 1,478 คน สำเร็จการศึกษาไปแล้ว 80 คน ออกจากทุน 29 คน ถูกให้กลับมาเรียนในไทย 227 คน ปัจจุบัน เหลือนักเรียนทุนในต่างประเทศ จำนวน 1,142 คน ส่วนนักเรียนที่เลือกเรียนในประเทศไทยนั้น รวม 2 รุ่น 358 คน ข้อมูล ณ 31 ก.ค. สำเร็จการศึกษาไปแล้ว 157 คน พ้นสภาพ 15 คน เพราะเกรดไม่ดี ความประพฤติไม่ดี ไม่มารายงานตัว 3 คน

ที่มา : http://www.komchadluek.net

“จุรินทร์” จวกเด็ก 1 ทุน 1 อำเภอซิกแซก ลาออกกลางคัน ชิ่งไม่กลับไทย หวังขุดทองต่างประเทศ

จุรินทร์” จวกเด็ก 1 ทุน 1 อำเภอ ซิกแซก เรียนจบไม่กลับบ้านเกิดหวังขุดทองต่างประเทศ งัดกลยุทธ์ลาออกกลางคันเพื่อไม่ต้องกลับไทย ขอเรียนต่อโท-เอก ด้วยทุนตัวเอง ย้ำรัฐทุ่มงบสร้างคนพัฒนาประเทศ สั่งปลัด ศธ.หาช่องดัดหลังเด็กทุน เตรียมเสนอ ครม.แก้เงื่อนไข ดึงเด็กทดแทนคุณชาติ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโครงการ 1 ทุน 1 อำเภอ ครั้งที่ 4 ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นจากโครงการ 1 ทุน 1 อำเภอ โดยมีผู้ที่เข้ารับทุนจำนวนหนึ่ง เมื่อได้ทุนแล้วไม่กลับประเทศไทย ลาออกกลางคัน และมีการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้เดิม เช่น เงื่อนไขที่กำหนดไว้ต้องเรียนจบภายใน 7 ปี เมื่อเรียนจบแล้วต้องกลับมาทำงานในประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาในประเด็นที่จะนำไปสู่การแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้ข้อสรุปบ้างส่วน ประเด็นที่ 1 เดิมกำหนดไว้ในเรื่องของการใช้เงินก็คือ นักเรียนทุนรุ่นที่ 1 เรียนจากทุนหวย 2 ตัว หวย 3 ตัว ต่อมามีปัญหาการใช้เงินจากทุนหวย จึงให้ใช้เงินจากงบประมาณปกติแทน โดยที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการกำหนดที่ชัดเจนว่าจะใช้งบประมาณสนับสนุน ไม่เกินปี 2556 เพื่อให้เด็กรุ่น 1 และรุ่น 2 เรียนจบ หากใช้งบประมาณปกติตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2556 จะใช้เงินประมาณ 7,552 ล้านบาท

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ยังมีประเด็นหรือปัญหาที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ตนได้มอบการบ้านให้คณะทำงาน โดยมี นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน มีผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กลับไปเอาคำตอบกลับมา

สำหรับโจทย์ที่ได้มอบไปมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่มที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

กลุ่ม ที่ 1 กลุ่มที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขเดิม อย่างเรียนจบแล้วไม่กลับประเทศไทย ก็ให้คณะทำงานไปดูว่า จะสามารถบังคับ แก้กฎระเบียบ กฎหมาย อะไรได้บ้าง เพื่อมาเทียบเคียงให้นักเรียนทุนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่าสามารถใช้มาตรการเรื่องของการออกพาสปอร์ต โดยไม่ออกพาสปอร์ตให้เมื่อเล่มเก่าหมดอายุ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

กลุ่ม ที่ 2 กลุ่มที่ลาออกกลางคัน ให้คณะทำงานไปดูว่า จะมีกฎหมาย หรือระเบียบใด ที่ใกล้เคียงที่จะมาดำเนินการได้กลับกลุ่มคนที่ออกกลางคัน โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการหลีกเลี่ยงการบังคับให้กลับมาประเทศไทย เช่น เขาเรียน 4 ปี พอเรียนไป 3 ปีครึ่ง ก็ขอลาออกกลางคัน ถือว่าพ้นสภาพ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการกลับประเทศไทย การหลีกเลี่ยงลักษณะนี้เราจะทำอย่างไรให้เขากลับมาประเทศไทยตามวัตถุประสงค์ เดิม

กลุ่ม ที่ 3 คือ กลุ่มที่ ก.พ.ระงับการให้ทุน เรียนต่อในต่างประเทศ แล้วให้กลับมาเรียนต่อในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มนี้จะเรียนไม่จบตามปริมาณหน่วยกิตที่ ก.พ.กำหนด เช่น ปี 1 จะต้องเรียนผ่านไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ปี 2 ร้อยละ 70 ตามที่กำหนด ซึ่ง ก.พ.ให้กลับมาเรียนต่อประเทศไทยแทนแต่ไม่ได้ระงับการให้ทุน อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้จะต้องมีคำตอบกลับมาว่าจะดำเนินการในลักษณะไหนอย่างไร

นายจุรินทร์ กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 จะเป็นไปตามเงื่อนไขใหม่ ที่จะขอแก้ไข มติ ครม. และจะมาเข้าเงื่อนไขเมื่อเขาผิดสัญญา เช่น เรียนไม่จบภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำผิดเงื่อนไขอื่นๆ ต่อไปนี้จะให้เขามาทำสัญญาใหม่ ส่วนเงื่อนไขใหม่ที่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อีกประเด็นเช่น 1.ถ้าเรียนจบแล้วไม่กลับประเทศไทย จะทำอย่างไร 2.ลาออกกลางคัน 3.แม้กลับประเทศไทยแล้ว เขาจะต้องรับผิดต่อค่าใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน ที่เพิ่มขึ้นจากการที่เขาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างไร เช่นเรียนใช้เวลานาน เขาต้องมีภาระผูกพัน เมื่อกลับประเทศไทยแล้วทำงานอย่างน้อยกี่ปี เพื่อให้คุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดินที่สูญเสียไป ฯลฯ หรือบางคนเรียนจบปริญญาตรีตามเงื่อนไข แต่ขอไปเรียนต่อปริญญาโท และปริญญาเอกในต่างประเทศ ด้วยทุนตัวเอง จะมีการปรับปรุงเงื่อนไขอย่างไร สิ่งเหล่านี้คณะทำงานจะต้องไปหาคำตอบกลับมา ซึ่งการประชุมครั้งนี้คงได้มีการพิจารณา แล้วนำไปเสนอ ครม.ต่อไป

ถามว่าโครงการ 1 ทุน 1 อำเภอ มีปัญหาแล้วจะมี รุ่นที่ 3 หรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ขณะนี้ให้ชะลอไว้ก่อน แต่ยังไม่ได้ยกเลิกโครงการ 1 ทุน 1อำเภอ เพียงแต่เรามีคำนวณค่าใช้จ่ายพบว่าปี 2551-2556 รัฐต้องแบกภาระ 7,552 ล้านบาท นี่ค่าใช้จ่ายเพียงโครงการเดียว

“มี กลุ่มที่ไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข แต่มีช่องว่างที่ต้องหาคำตอบ เช่น เรียนจบแล้วไม่กลับประเทศไทย ถามว่าจะทำอย่างไร เพราะเสียงบประมาณไปเปล่าๆ และเขาทำผิดเงื่อนไข อีกกลุ่มเขากำลังจะเรียนจบแต่เขาขอลาออกกลางคัน กลายเป็นว่าเขาพ้นภาระรับผิดชอบ ไม่ต้องกลับไทย ตรงนี้เราจะมีมาตรการอะไรมั้ยเพื่อดำเนินการให้คุ้มค่ากลับเงินที่เสียไป นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ทำผิดเงื่อนไขแล้วขอแก้เขามาเป็นรายคน และที่ประชุมจะต้องนี้ต้องพิจารณาตลอด อาทิ เรื่องการขอขยายเวลาเรียนต่อ ขอเปลี่ยนคณะ เปลี่ยนมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงนี้เขาทำผิดเงื่อนไข ต่อไปเขาจะต้องทำสัญญาใหม่” รมว.ศธ.ตั้งคำถาม

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ต้องมีเงื่อนไขไว้ด้วยว่า หาเรียนจบแล้วเขาไม่กลับเมืองไทย ลาออกกลางคัน จะทำอย่างไรเพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หากกลับมาแล้วจะต้องทำงานชดใช้ประเทศกี่ปี เพราะเงื่อนไขเดิมไม่กำหนดไว้เลย เพราะมีบางรายกลับเพียงเดือนเดียวก็ถือว่ากลับแล้ว ในที่สุดเขากลับไปทำงานเมืองนอก ในที่สุดไทยก็เสียงบประมาณเปล่าๆ เลย สำหรับสร้างคนไปทำงานเมืองนอกและประเทศก็ไม่ได้อะไรเลย รัฐส่งให้เรียนเพื่อต้องการให้มาพัฒนาประเทศ นอกจากนี้มีกลุ่มที่เรียนจบแล้ว แต่ขอเรียนต่อปริญญาโท และปริญญาเอก จะต้องมีการกำหนดเงื่อนไขผูกพันอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องเข้าที่ประชุม ครม.

ที่มา : http://manager.co.th - 2 พฤศจิกายน 2552

นักเรียนทุนไทยในเดนมาร์ก

ที่มา : http://www.thaiembassy.dk

ชมเชยนักเรียนทุนโอดอส

รอง เลขาธิการ ก.พ. ชมเชยนักเรียนทุนโอดอส ที่มีความประพฤติดีและความมุ่งมั่นในการเรียนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผ่านการประเมินความเหมาะสม และได้รับทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาต่อระดับ ป.โท-เอก ในต่างประเทศ

ว่าที่ร้อยตรีวินัย ชาคริยานุโยค รองเลขาธิการ ก.พ. เปิด เผยว่า ศูนย์จัดการศึกษาในต่างประเทศและบริหารความรู้ สำนักงาน ก.พ. ได้รับรายงานจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถึงผลการคัดเลือกบุคคลในต่างประเทศเพื่อรับทุนรัฐบาลที่จัดสรร ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามความต้องการของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 โดยประกาศรายชื่อบุคคลในต่างประเทศที่มีสิทธิได้รับทุนฯ ประกอบด้วย ทุนด้านโลหะและวัสดุ ได้แก่ นางสาววริษฐา จันทพร , นางสาวนิรมล จันทรชาติ และ นางสาวศันศนีย์ ศรีจันทร์ ทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นางสาวรุ่งนภา บุญภวา , นางสาววาสนา แผลติตะ , นางสาวกิตติมา ไวไธสง , นางสาวนฤมล ศรีสมัย , นางสาววาสนา สุโยธา และ นางสาวพีรยา ตรีรัสสพานิช รวม 10 คน เพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ตามความต้องการของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผู้ที่เคยได้รับทุน ODOS หรือ หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน มาแล้วทั้งสิ้น

สำหรับทุน ODOS หรือ หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน เป็นทุนการศึกษาของรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้นักเรียน ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้รับการคัดเลือกจากทุกอำเภอและกิ่งอำเภอที่ ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในการศึกษา แต่มีผลการเรียนและความประพฤติดี ให้ได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีทั้งใน และต่างประเทศ แต่ต้องศึกษาในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น สเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อิตาลี ออสเตรีย สวีเดน เบลเยียม โปรตุเกส และ สวิตเซอร์แลนด์

รองเลขาธิการ ก.พ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอชมเชยนักเรียนกลุ่มดังกล่าว ว่าเป็นผู้ที่มีความประพฤติดีและมีความมุ่งมั่นในการเรียนจนมีผลการเรียนดี อย่างต่อเนื่อง มีคุณสมบัติครบถ้วน และเป็นผู้ผ่าน การประเมินความเหมาะสม โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ซึ่งในอนาคตจะสามารถสร้างความมั่นคงทางอาชีพของตนเองและครอบครัว เป็นรากฐานต่อการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ ตลอดจนนำความรู้ ความสามารถและทักษะที่ได้รับกลับมาพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ต่อไป

ที่มา : http://www.ocsc.go.th

Facebook One District One Scholarship

join group ODOS on Facebook

โครงการครูพันธุ์ใหม่ สำหรับ นทร ODOS

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( คณะกรรมการการวางแผนการผลิต และพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา) มีโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ และให้รับนักเรียนทุนโครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน เข้าร่วมโครงการฯ ด้วย

การรับสมัคร จะรับนักศึกษาที่จบปริญญาตรีเข้าศึกษาวิชาชีพครู ณ คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เป็นเวลา 1 ปีครีง และมีทุนการศึกษาให้ในระหว่างเรียน เมื่อสำเร็จการศึกษาจะบรรรจุเข้ารับราชการเป็นครูในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2553 เป็นปีแรก

ผู้สนใจโปรดติดต่อ สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ

โทร 02628 5646 ต่อ 111 โทรสาร 02281 0953

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ที่มา : สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส - กันยายน 2552

สรุปจำนวนนักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ซึ่งสำเร็จการศึกษาแล้ว

สรุปจำนวนนักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ซึ่งสำเร็จการศึกษาแล้ว - 17 สิงหาคม 2552
ที่มา : http://www.ocsc.go.th

สรุปจำนวนนักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ที่กำลังศึกษา ณ ต่างประเทศ จำแนกตามประเทศ

สรุปจำนวนนักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ที่กำลังศึกษา ณ ต่างประเทศ จำแนกตามประเทศ 17 สิงหาคม 2552
ที่มา : http://www.ocsc.go.th

รมว.ศธ.เร่ง คกก.โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน พิจารณาการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของ นศ.ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด

รมว.ศธ.เร่ง คกก.โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน พิจารณาการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของ นศ.ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เร่งคณะกรรมการโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน พิจารณาการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของนักศึกษาเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ มากที่สุด หลังรัฐบาลต้องรับภาระค่าใช้จ่ายกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ได้รวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการดังกล่าวมานำเสนอที่ประชุม เพิ่มเติม อาทิ ปัญหานักเรียนในโครงการไปเรียนในต่างประเทศ โดยไม่ทราบว่าประเทศที่เดินทางไปศึกษาต่อไม่มีการสอนในระดับปริญญาตรี ในขณะที่ระเบียบของโครงการกำหนดให้นักศึกษาต้องไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรี นอกจากนี้มีบางประเทศมีเงื่อนไขบังคับว่า ก่อนที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจะต้องเรียนภาษาอย่างน้อย 2 ปี และต้องเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยอีก 1 ปี จึงจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ อีกทั้งยังมีปัญหาอื่นๆ ที่เคยเสนอให้ที่ประชุมได้รับทราบไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความเร่งรีบในการดำเนินโครงการจึงเกิดเป็นปัญหาที่ค้างมา จนถึงปัจจุบัน ที่ประชุมจึงมีความเห็นให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาในการขอ เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขไปจากข้อตกลงเดิม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด รวมทั้งขอให้คณะกรรมการไปพิจารณาด้วยว่า มีความจำเป็นหรือไม่ที่จะนำไปสู่การขอทบทวนมติ คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า นักเรียนในโครงการจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไม่มีการยกเลิกกลางคัน แน่นอนเพราะจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเด็ก แต่ในส่วนของการดำเนินการในรุ่นที่ 3 นั้น จะต้องชะลอไปก่อน

ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์